สำรวจนิทรรศการ “DELUSIONAL – หลงผิด” เมื่อความจริงถูกบิดเบือน ตัวตนถูกครอบงำ และความฝันถูกทำให้สะดุดลง
ท่ามกลางหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความผันผวนอย่างไม่รู้จบ คำว่า “ประชาธิปไตย” มักถูกหยิบยกมากล่าวอ้างอยู่เสมอ เมื่อต้องการเน้นย้ำถึงรูปแบบการปกครองของประเทศไทย ประเทศที่นิยามตนเองว่าอยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย
อย่างไรก็ดี แม้ประชาชนชาวไทยจะรับรู้ดีถึงอุดมคติของระบอบการปกครองที่อำนาจสูงสุดควรเป็นของประชาชน แต่คำถามต่อโครงสร้างทางอำนาจก็ยังคงดำรงอยู่เสมอ หลักการของคำว่า “ประชา” นั้นยึดโยงกับความเป็นจริงทางการเมืองมากเพียงใด ประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงอย่างแท้จริงเพียงไหน และเราจะสามารถเรียกระบบการปกครองนี้ว่าเป็น “ประชาธิปไตย” ได้เต็มปากหรือไม่
นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ประเทศไทยเผชิญกับการรัฐประหารทั้งหมด 13 ครั้ง สะท้อนถึงความไม่มั่นคงของโครงสร้างทางการเมือง และวัฏจักรการแทรกแซงอำนาจที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
ประเด็นความคลุมเครือระหว่างประชาธิปไตยในอุดมคติกับความเป็นจริงของการเมืองไทยจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ศิลปินร่วมสมัยจำนวนไม่น้อยหยิบยกขึ้นมาสำรวจและตั้งคำถาม ผ่านภาษาของงานศิลปะและการตีความเชิงสัญลักษณ์ในผลงานของตน เช่นเดียวกับ นิทรรศการ “DELUSIONAL – หลงผิด” ซึ่งจัดขึ้นโดย 1PROJECTS ร่วมกับ West Eden เป็นหนึ่งในความพยายามตั้งคำถามต่อสภาวะดังกล่าว ผ่านผลงานของศิลปินสองท่าน ได้แก่ มานิต ศรีวานิชภูมิ และ อัครา นักทำนา ที่ร่วมกันสะท้อนความเป็นจริงของการดำรงชีวิตภายใต้โครงสร้างทางการเมืองและอุดมการณ์ของประเทศไทย
นิทรรศการ “DELUSIONAL – หลงผิด” ได้แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็นสองโซนหลักตามผลงานของศิลปินทั้งสองคน โดยถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับ Video Installation ที่ช่วยขยายความหมายและเติมเต็มเรื่องราวในนิทรรศการครั้งนี้
เริ่มด้วยผลงานของ มานิต ศรีวานิชภูมิ กับชุดภาพถ่าย “Portraits of Thai Citizens” ซึ่งตั้งคำถามต่อความหมายของ “ความเป็นพลเมืองไทย” ภายใต้โครงสร้างของกระบวนการยุติธรรม ว่าภายใต้ระบบดังกล่าว เราในฐานะประชาชนยังคงมีตัวตนของตนเองอยู่จริงหรือไม่ หรือท้ายที่สุดแล้ว พลเมืองไทยอาจถูกหลอมรวมให้มีสภาพไม่ต่างจากการมี “ถุงพลาสติก” ลายธงชาติครอบศีรษะอยู่ตลอดเวลา
แรงบันดาลใจของผลงานชุดนี้มีที่มาจากเหตุการณ์สะเทือนใจในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่ของสังคมไทย เมื่อมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ถุงพลาสติกคลุมศีรษะผู้ต้องหาระหว่างการสอบสวน จนเป็นเหตุให้ผู้ต้องหาเสียชีวิตภายในสถานีตำรวจ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงจุดชนวนให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางต่อการใช้ความรุนแรงในกระบวนการยุติธรรม แต่ยังตั้งคำถามสำคัญถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของ “ชีวิต” ภายใต้โครงสร้างอำนาจของรัฐอีกด้วย
มานิตได้นำภาพความทรงจำอันรุนแรงนี้มาต่อยอดเป็นผลงานภาพถ่ายจำนวน 6 ชิ้น โดยนำเสนอผ่านบุคคลที่ถูกคลุมศีรษะด้วยถุงพลาสติกลายธงชาติไทย พร้อมถูกสวมกุญแจมือ ภาพทั้งหมดถูกจัดแสดงในขนาดเกือบเท่าคนจริง ทำให้เมื่อผู้ชมยืนอยู่เบื้องหน้าผลงาน จะเกิดความรู้สึกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับผู้ต้องหาทั้งหกคนในพื้นที่เดียวกัน
ขณะเดียวกัน ภายในพื้นที่จัดแสดงยังมี video installation ที่นำเสนอภาพเหตุการณ์จริงควบคู่ไปกับวัตถุจัดวาง นั่นคือถุงพลาสติกลายธงชาติไทยจำนวน 6 ใบที่วางอยู่บนพื้น ยิ่งตอกย้ำบรรยากาศของความอึดอัดและความรุนแรงที่ไม่อาจมองข้ามได้
ผลงานชุดนี้ของ มานิต ศรีวานิชภูมิ จึงมิได้เป็นเพียง “ภาพเหมือน” ของบุคคล หากแต่เป็นการตั้งคำถามต่อโครงสร้างของสังคมไทย ว่าในประเทศที่เรียกตนเองว่าเป็นประชาธิปไตยนั้น สิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชน ได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริงเพียงใด หรือแท้จริงแล้วกำลังถูกจำกัด ปิดทับ และค่อยๆ เลือนหายไปภายใต้กลไกของอำนาจที่เราทุกคนไม่อาจแตะต้องได้
จากคำถามเรื่อง “ตัวตน” ของพลเมือง นิทรรศการค่อยๆ ขยายไปสู่คำถามที่กว้างขึ้นในผลงานของ อัครา นักทำนา กับชุดภาพถ่าย “ฝันล้ม (Failing Dreams)” ซึ่งหันมาสำรวจ “ความฝัน” ของประชาชนในระดับโครงสร้าง โดยใช้งานภาพของ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สัญลักษณ์สำคัญของประชาธิปไตยไทยที่เป็นตัวแทนของความหวังนั้น
อย่างไรก็ตาม ความฝันที่ประชาชนปรารถนาให้เป็นจริงกลับล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภายใต้การแทรกแซงของผู้มีอำนาจ อัคราจึงนำเสนอภาพของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในสภาพบิดเบี้ยว พร่าเลือน และขาดหาย ราวกับกำลังถูกรบกวนด้วยสัญญาณคลื่นแทรก ภาพเหล่านี้ชวนให้นึกถึงปรากฏการณ์ “ภาพล้ม” บนหน้าจอโทรทัศน์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ภาพสะดุด ติดขัด และต้องอาศัยการ “ตบเครื่อง” เพื่อเรียกสัญญาณกลับมาอีกครั้ง
การเปรียบเทียบดังกล่าวสะท้อนประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่ความฝันของประชาชนมักถูกแทรกแซงและสะดุดลงอย่างต่อเนื่อง วัฏจักรของการรัฐประหารที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ทำให้ความหวังต้องหยุดชะงัก ก่อนจะถูกพยายาม “เรียกคืน” อีกครั้งผ่านพลังของประชาชน ผลงานชุดนี้ซึ่งประกอบด้วยภาพถ่าย 13 ชิ้น จึงเปรียบเสมือนบันทึกของวัฏจักรดังกล่าว วัฏจักรที่ความฝันล้มลง และถูกประคับประคองให้กลับมาปรากฏอีกครั้ง
ภายในนิทรรศการ อัครายังนำเสนอผลงานควบคู่กับ Video Installation “ล้มฝัน (Felling Dreams)” ซึ่งฉายผ่านโทรทัศน์รุ่นเก่า ภาพที่ปรากฏคือเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับผู้นำซึ่งก่อการรัฐประหารสำเร็จ การจัดวางนี้ทำหน้าที่เสมือนคำถามเชิงสัญลักษณ์ ว่าการกระทำของผู้มีอำนาจเหล่านี้คือการ “ล้ม” ความฝันของประชาชนหรือไม่
เมื่อพิจารณาร่วมกับผลงานของ มานิต ศรีวานิชภูมิ นิทรรศการนี้จึงไม่ได้เพียงตั้งคำถามต่อโครงสร้างทางการเมือง หากยังเผยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่าง “ตัวตน” และ “ความฝัน” ของประชาชน ตั้งแต่ระดับปัจเจกที่ถูกควบคุม ไปจนถึงระดับโครงสร้างที่กำหนดทิศทางของสังคม
นิทรรศการ “DELUSIONAL – หลงผิด” จึงทำหน้าที่เป็นทั้งกระจกสะท้อนและพื้นที่ตั้งคำถาม ว่าสิ่งที่เรารับรู้ว่าเป็นความจริงนั้น แท้จริงแล้วอาจกำลังถูกบิดเบือนอยู่เพียงใด หรือท้ายที่สุดแล้ว เราทุกคนอาจกำลังดำรงอยู่ภายใต้ความเชื่อบางอย่างที่คลาดเคลื่อนโดยไม่รู้ตัว
ร่วมสำรวจเรื่องราวแห่งการหลงผิดกับ นิทรรศการ “DELUSIONAL – หลงผิด” ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 12 เมษายน 2569 โดยจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 13:00 - 18:00 น. สำหรับวันพฤหัสบดีถึงวันศุกร์ และเวลา 11:00 - 18.00 น. สำหรับวันเสาร์และอาทิตย์ ที่ West Eden Gallery สุขุมวิท 31
เขียนโดย เปมิกา สุยะราช
ภาพถ่ายโดย ปรีชา ภัทรอัมพรชัย และ West Eden Gallery

